‘คุณธรรมคลุมเครือ’ กัดเซาะสันติภาพโลกทุกระดับ ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ เสนอ “Agora Covenant” พันธสัญญาแห่งการอยู่ร่วมกันบน 4 สมรรถนะทางคุณธรรม บนเวที ICPDN 2026

นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอ ทั้งในระบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสันติภาพในศตวรรษที่ 21 ในการประชุมใหญ่ประจำปีนานาชาติ ครั้งที่ 10 ว่าด้วยการสร้างชาติ สุขสภาพ และสันติภาพ ในโลกแห่งความคลุมเครือทางคุณธรรม” (The 10th International Convention on Nation-Building, Wellness and Peace upon Morality: ICNWP 2026) ภายใต้หัวข้อ สันติภาพบนฐานคุณธรรมในโลกแห่งความคลุมเครือทางคุณธรรม (Peace upon Morality in a World of Blurred Morality) ซึ่งจัดโดยสถาบันการสร้างชาตินานาชาติ (Nation-Building International Institute: NBII) และองค์กรพันธมิตรนานาชาติ

ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ดร.สุธนี บิณฑสันต์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้กล่าวรายงานการจัดงาน และได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ กล่าวปาฐกถาเปิด, รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวปาฐกถา และ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และประธานสถาบันการสร้างชาตินานาชาติ ปาฐกถาพิเศษ
ในการปาฐกถา ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ ได้ชี้ว่า ความท้าทายต่อสันติภาพในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่เพียงสงคราม การก่อการร้าย หรือการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่เป็น “ความคลุมเครือทางคุณธรรม” (Blurred Morality) ซึ่งจะกัดกร่อนความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถของมนุษย์ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปัญหาสำคัญในโลกปัจจุบันไม่ใช่การที่ผู้คนไม่มีคุณธรรม แต่เป็นการที่ยึดถือกรอบคุณธรรมที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าตนเองกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในระดับปัจเจก ชุมชน ประเทศ และประชาคมโลก ตั้งแต่ความแตกแยกทางสังคม การเสื่อมถอยของความไว้วางใจต่อสถาบัน การแบ่งขั้วทางการเมือง ไปจนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาร่วมของมนุษยชาติ
ประธาน NBII ได้เสนอแนวคิดที่เรียกว่า “พันธสัญญาอะกอร่า” (Agora Covenant) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Agora พื้นที่สาธารณะในนครเอเธนส์โบราณ ที่ผู้คนมีความเชื่อ ค่านิยม และผลประโยชน์ต่างกัน แต่สามารถพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแสวงหาทางออกเพื่อส่วนรวมได้อย่างสันติ
โดยเสนอว่า ในสังคมที่มีความหลากหลายและคลุมเครือทางคุณธรรม การสร้างสันติภาพไม่อาจอาศัยการบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่อาศัย “พันธสัญญา” ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติแม้มีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมพัฒนาสมรรถนะทางคุณธรรม (Moral Capacities) ที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 4 ประการ ดังนี้

  1. สร้างความฉลาดรู้ทางคุณธรรม (Moral Literacy) ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจว่าผู้คนอาจยึดถือกรอบคุณธรรมที่ต่างกัน และพัฒนาทักษะการตระหนักรู้ตนเอง การคิดเชิงวิพากษ์ และการรู้เท่าทันอคติของตนเอง โดยความฉลาดรู้ทางศีลธรรมมิได้ลดทอนความเชื่อมั่นในหลักคุณธรรมที่ยึดถือ หรือหมายความว่าคุณค่าทุกแบบถูกต้อง แต่ช่วยให้สังคมสามารถเข้าใจความแตกต่างและแสวงหาหลักธรรมะสากลที่ฝ่ายยอมรับได้ร่วมกัน
  2. พัฒนาคุณธรรมความรับผิดรับชอบในทุกบุคคล (Moral Accountability) ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสถาบัน โดยยึดหลักความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมพัฒนากลไกส่งเสริมความรับผิดชอบทางสังคม เช่น ระบบ Nation-Building Credit Score การประเมินผลกระทบทางจริยธรรม (Ethical Impact Assessment) และการจัดทำรายงานตรวจสอบคุณธรรมสาธารณะประจำปี (Annual Public Moral Audit) เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในสังคม เป็นต้น
  3. ส่งเสริมพื้นที่สนทนาอย่างมีคุณธรรม (Moral Dialogue) โดยพัฒนากลไกและพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกันและกัน และแสวงหาความเข้าใจร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องในทุกประเด็น เช่น การจัดอารยสนทนาเพื่อเป็นพื้นที่สนทนาสาธารณะที่มีโครงสร้างสำหรับการจัดการความเห็นต่าง เป็นต้น
  4. สร้างความร่วมมือบนฐานคุณธรรม (Moral Cooperation) โดยผลักดันให้กลุ่มคนที่มีความเชื่อ อุดมการณ์ และมุมมองที่แตกต่างกัน สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสาธารณะบนพื้นฐานของเป้าหมายร่วมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เปลี่ยนจุดเน้นจาก “การสร้างฉันทามติ” ไปสู่ “การสร้างความร่วมมือ” ผ่านการให้นักศึกษาฝึกงานบริการสังคมภาคบังคับ 2 ปีหลังเรียนจบ เพื่อสร้างอัตลักษณ์พลเมืองร่วม การจัดตั้งแพลตฟอร์มนโยบาย เพื่อสร้างพื้นที่ฉันทามติด้านนโยบายระหว่างกลุ่มการเมือง และการขับเคลื่อนการบริหารบนฐานพันธกิจ (Mission-Based Governance) ในประเด็นสำคัญของประเทศและโลก เช่น ความเป็นกลางทางคาร์บอน สังคมสูงวัย การขจัดความยากจน และความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น

ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การยึดถือพันธสัญญาอะกอร่า มิได้มุ่งหมายให้ผู้คนละทิ้งความเชื่อหรือคุณค่าของตนเอง แต่เสนอแนวทางในการสร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้อย่างสันติ โดยมุ่งพัฒนาสมรรถนะทางคุณธรรมที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันในโลกที่มีความหลากหลายและคลุมเครือมากขึ้นทุกวัน

⭐️ติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/drdancando